10 ไอเดียใช้งาน AirTag เพื่อความปลอดภัย สะดวกต่อการใช้ชีวิต

10 วิธีใช้ AirTag ให้คุ้มค่า ป้องกันของหาย ชีวิตสะดวกสบาย

ในยุคที่เราใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ อาจทำให้เกิดความหลงลืมจนสิ่งของมีค่ารอบตัวสูญหายได้ ด้วยเหตุนี้ Apple จึงได้พัฒนาอุปกรณ์ติดตามอัจฉริยะอย่าง AirTag เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามสิ่งของมีค่าได้อย่างแม่นยำและสะดวกสบาย แต่คุณอาจยังไม่รู้ว่า AirTag สามารถใช้ประโยชน์ได้มากกว่าที่คุณคิด ! 

สำหรับใครที่อยากรู้ว่า AirTag สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง เราจะพาไปดู 10 ไอเดียใช้งาน AirTag ที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับสิ่งของของคุณเท่านั้น แต่ยังจะทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย

วิธีใช้งาน AirTag สำหรับติดตามสิ่งของ

 

10 ไอเดียใช้งาน AirTag เพื่อความปลอดภัย


AirTag ไม่ได้มีประโยชน์แค่การติดตามสิ่งของทั่วไปเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับของใช้ในชีวิตประจำวันของคุณดังนี้

1. ใช้ติดกระเป๋าเดินทางระหว่างการเดินทาง


สนามบินเป็นสถานที่ที่กระเป๋าสูญหายได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องโหลดสัมภาระใต้เครื่อง การติด AirTag ไว้ในกระเป๋าเดินทาง ก็จะช่วยให้สามารถติดตามตำแหน่งได้แบบเรียลไทม์ หากเกิดการสูญหาย ทำให้สามารถเช็กตำแหน่งได้ทันทีว่ากระเป๋าอยู่ที่ไหน

2. ติดกระเป๋าสตางค์


กระเป๋าสตางค์และพาสปอร์ตเป็นของสำคัญที่ไม่ควรสูญหาย การใส่ AirTag ในช่องใส่ธนบัตรหรือช่องซิปของกระเป๋าสตางค์ จะช่วยให้ค้นหาได้ง่ายขึ้นหากลืมไว้ในร้านอาหาร โรงแรม หรือแม้แต่ในบ้าน

3. ติดกระเป๋าใส่ของสำคัญ


สำหรับกระเป๋าถือหรือกระเป๋าสะพายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การติด AirTag ไว้ด้านในจะช่วยให้ติดตามกระเป๋าได้หากเกิดการสูญหายหรือถูกขโมย นอกจากนี้ ยังช่วยให้สามารถค้นหากระเป๋าได้ง่ายขึ้นหากหาไม่เจอ หรือจำไม่ได้ว่าวางไว้ตรงไหน

4. ติดกระเป๋าที่ใส่อุปกรณ์กล้อง


สำหรับช่างภาพมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น กล้องและเลนส์เป็นอุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูงและเสี่ยงต่อการถูกขโมย การติด AirTag ไว้ในกระเป๋ากล้องจะช่วยให้สามารถติดตามตำแหน่งได้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

5. ติดรถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์


แม้ว่าไอเดียใช้ AirTag เริ่มแรกจะไม่ได้เป็นอุปกรณ์กันขโมยโดยตรง แต่การนำไปซ่อนไว้ในรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ก็สามารถช่วยติดตามตำแหน่งได้ โดยเฉพาะเมื่อลืมตำแหน่งรถในลานจอดขนาดใหญ่ที่เราอาจจำตำแหน่งจอดรถไม่ได้ หรือในกรณีที่รถถูกเคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

6. ใช้ติดกับสายคล้องคอสัตว์เลี้ยง


สัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขหรือแมวมีโอกาสหลุดออกจากบ้านและหลงทางได้ ไอเดียใช้ AirTag โดยติดไว้กับปลอกคอของสัตว์เลี้ยงเอาไว้ ยังจะช่วยให้ติดตามตำแหน่งของสัตว์เลี้ยงได้สะดวก หากน้อง ๆ วิ่งหนีออกจากบ้านหรือพลัดหลงในที่สาธารณะ

7. ติดกุญแจรถ และพวงกุญแจต่าง ๆ


กุญแจเป็นของที่มักหายบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน การติด AirTag กับพวงกุญแจจะช่วยให้ค้นหากุญแจได้ง่ายขึ้นเมื่อวางไว้ผิดที่ หรือทำหล่นระหว่างทาง

8. ใช้ติดกับอุปกรณ์ดิจิทัล


อุปกรณ์ดิจิทัล เช่น iPad หรือ MacBook เป็นอุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูงและสำคัญต่อการทำงาน และอาจถูกลืมไว้ตามร้านกาแฟหรือสำนักงาน หากติด AirTag ไว้กับกระเป๋าแล็ปท็อปหรือเคสอุปกรณ์ จะช่วยติดตามตำแหน่งได้ง่ายขึ้น

9. ติดซองเอกสารสำคัญ


เอกสารอย่างพาสปอร์ต ใบขับขี่ หรือเอกสารทางธุรกิจ หากสูญหายอาจสร้างความยุ่งยากได้ แต่ไอเดียการใช้AirTag ด้วยการใส่ไว้ในซองเอกสารหรือแฟ้มจะเป็นตัวช่วยในการค้นหาได้ง่ายขึ้น

10. ติดโดรน


สำหรับผู้ที่ใช้โดรนถ่ายภาพ การติด AirTag ไว้กับตัวโดรนจะช่วยให้สามารถตามหาตำแหน่งได้ง่ายขึ้นหากเกิดอุบัติเหตุตกหล่นในพื้นที่ที่มองไม่เห็น หรือลมแรงพัดพาไปไกล ทำให้มีโอกาสได้รับโดรนคืนมากขึ้น

ผู้ชายถือสมาร์ตโฟนดูวิธีใช้ AirTag สำหรับตามหาสิ่งของ

วิธีใช้งาน AirTag แบบง่าย ๆ


สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งาน AirTag สามารถทำการตั้งค่าเพื่อติดตามสิ่งของต่าง ๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว โดยสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้

การตั้งค่า AirTag

  1. อัปเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดให้เป็น iOS 14.5 หรือใหม่กว่า
  2. เปิดใช้งานแอปฯ Find My (ค้นหาของฉัน) และบลูทูธบน iPhone ของคุณ เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับ AirTag ได้
  3. นำ AirTag และ iPhone ให้อยู่ใกล้กัน ข้อความแจ้งจะปรากฏขึ้นบน iPhone ว่าพบ AirTag
  4. ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ iPhone เพื่อเชื่อมต่อ AirTag กับบัญชี Apple ID ของคุณ โดยสามารถเลือกชื่อจากรายการหรือตั้งชื่อเองได้ จากนั้นกดดำเนินการ
  5. เมื่อเชื่อมต่อเสร็จสิ้น AirTag จะแสดงตำแหน่งบนแผนที่ในแอปฯ Find My เป็นอันติดตั้งเรียบร้อย

 

วิธีค้นหาการติดตามสิ่งของ


หากสิ่งของของคุณหายไป สามารถใช้ AirTag เพื่อค้นหาและติดตามตำแหน่งสิ่งของให้เจอได้

กรณีต้องการค้นหาสิ่งของที่หาไม่เจอ

  1. เลือก "ค้นหาของฉัน" แล้วแตะรายการที่ต้องการหา AirTag บนแผนที่
  2. จากนั้นจะสามารถดูเวลาและสถานที่ของ AirTag ที่ถูกพบ
  3. แตะรายการเพื่อดูรายละเอียด และค้นหาสิ่งของที่คุณต้องการ

 

กรณีไม่สามารถค้นหาสิ่งของได้

  1. เลือก "ค้นหาของฉัน" แล้วแตะรายการที่ต้องการหา AirTag บนแผนที่
  2. จากนั้นจะเห็นเวลาและสถานที่ของตำแหน่งสุดท้าย ที่ AirTag ถูกพบ
  3. ให้เปิดใช้ “แจ้งเตือนให้ทราบเมื่อพบ” ที่ด้านล่างการแจ้งเตือน โดยคุณจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อพบสิ่งของอีกครั้ง

 

เลือกเคส AirTag เพื่อปกป้องอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ยาวนาน


สำหรับใครที่กำลังอยากได้ AirTag เพื่อช่วยปกป้องสิ่งของของคุณ อย่าลืมเพิ่มเคส AirTag อยู่ในลิสต์ในการเลือกซื้อด้วย เพราะตัวเคสจะช่วยป้องกันการกระแทก ทำให้ใช้งานได้ในระยะยาว โดยสามารถแวะมาเลือกซื้อได้ที่ iStudio by copperwired ตัวแทนจำหน่ายสินค้า Apple อย่างเป็นทางการ ซื้อได้ทั้งทางหน้าร้านทุกสาขาทั่วประเทศ หรือกดสั่งซื้อสะดวกทางเว็บไซต์ www.istudio.store การันตีได้รับสินค้าของแท้ 100% พร้อมระบบรับประกันสินค้าและบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน

ข้อมูลอ้างอิง 

  1. รู้ก่อนซื้อ! 12 สิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับ AirTag อุปกรณ์ติดตามสิ่งของ. สืบค้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 จาก https://www.iphonemod.net/12-things-you-must-know-about-airtag12-things-you-must-know-about-airtag.html
  2. รีวิว Apple AirTag อุปกรณ์ติดตามสิ่งของ ไกลแค่ไหนก็ไม่มีหาย ในราคาเริ่มต้น 990 บาท. สืบค้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 จาก https://www.iphone-droid.net/apple-airtag-review/