เมื่อเทคโนโลยีก้าวล้ำ Apple ก็ไม่เคยหยุดนิ่ง ! ในช่วงปีที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัวระบบ AI ที่มีชื่อว่า Apple Intelligence โดยความน่าสนใจของระบบดังกล่าว คือ การปฏิวัติระบบปฏิบัติการ iOS บน iPhone, iPad และ Mac ด้วยปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะที่จะเข้ามายกระดับการใช้งานสมาร์ตโฟนของคุณให้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น ไปพร้อม ๆ กับการเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ว่าแต่ฟีเจอร์ของ Apple Intelligence คืออะไร ? และนวัตกรรม Apple Intelligence นี้จะสามารถทำอะไรได้บ้าง ? ถ้าใครอยากรู้แล้ว ตามไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย

ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย หัวใจสำคัญของ Apple Intelligence
ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน คือเรื่องที่ Apple ให้ความสำคัญตลอดมา ซึ่ง Apple Intelligence คือหนึ่งในความพยายามของทาง Apple ที่ต้องการต่อยอดความสำคัญของเรื่องดังกล่าว และได้ตัดสินใจนำ Private Cloud Compute หรือระบบประมวลผลข้อมูล AI บนเซิร์ฟเวอร์ของ Apple ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัยสูงมาปรับใช้กับ Apple Intelligence โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของระบบดังกล่าว มีดังนี้
Private Cloud Compute (PCC): การรักษาความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง
-
ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลแบบส่วนตัวบน Apple Silicon
ปกติแล้ว ระบบปัญญาประดิษฐ์จะทำงานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ก็ต่อเมื่อมีการส่งคำขอของผู้ใช้งานไปประมวลผลบนระบบ Cloud Intelligence แต่ในกรณีของ Apple Intelligence คำขอของผู้ใช้งานจะถูกส่งไปประมวลผลบนระบบที่มีชื่อว่า Private Cloud Compute ซึ่งทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ Apple Silicon ของ Apple โดยความน่าสนใจของเทคโนโลยีการประมวลผลนี้ก็คือ การรับและส่งข้อมูลการประมวลผลกลับไปที่ผู้ใช้งาน โดยการเข้ารหัสเฉพาะที่มีเพียงผู้ใช้งานเท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว
-
ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลด้วยระบบที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน
นอกจากเซิร์ฟเวอร์จะรักษาความเป็นส่วนตัวด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมแล้ว ขั้นตอนการทำงานของ Private Cloud Compute (PCC) ยังได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน โดยขั้นตอนการทำงานจะเริ่มจากการส่งเฉพาะข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็นต่อการประมวลผลไปยังระบบ เมื่อประมวลผลเสร็จ ระบบจะส่งข้อมูลกลับไปที่ผู้ใช้งาน และจะลบข้อมูลทิ้งทันที โดยไม่เก็บไว้ในระบบต่อ หรือเปิดให้บุคคลอื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้
การทำงานร่วมกับ ChatGPT อย่างปลอดภัย
-
ผสานรวม ChatGPT โดยไม่ต้องสร้างบัญชีเพิ่ม
ในปัจจุบัน Apple ได้จับมือกับ OpenAI เจ้าของ ChatGPT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ Apple Intelligence โดยจุดเด่นของการทำงานร่วมกัน คือ การใช้งาน ChatGPT บนทุกอุปกรณ์ทั้ง iPhone, iPad และ Mac ได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างบัญชีเพิ่มนอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกได้ว่าจะเชื่อมต่อ Siri เข้ากับบัญชี ChatGPT ของตัวเอง และเลือกเปิดหรือปิดการใช้งาน ChatGPT ได้ทุกเวลาที่ต้องการ
-
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว
การใช้งาน ChatGPT ผ่าน Apple Intelligence จะทำงานผ่าน Siri โดยผู้ใช้งานสามารถถาม Siri ในทุกเรื่องที่ตัวเองสงสัย ทั้งเรื่องงานหรือเรื่องเรียน ด้วยการกรอกข้อความ, รูปภาพ และเอกสาร โดยไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลส่วนตัวจะรั่วไหล เนื่องจากก่อนการใช้งานแต่ละครั้ง ระบบจะขอความยินยอมก่อนที่ข้อมูลจะถูกแชร์เพื่อนำไปประมวลผล โดยไม่มีการนำข้อมูลอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือคำขอของผู้ใช้งานไปเก็บ หรือประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นบนระบบของ OpenAI
ยกระดับเครื่องมือสร้างสรรค์ที่ฉลาดขึ้น
หลังจากทำความรู้จักกันไปแล้วว่า Apple Intelligence คืออะไร ? ส่วนต่อมาจะขอนำเสนอฟีเจอร์ที่น่าสนใจเพื่อตอบคำถามว่า Apple Intelligence ทำอะไรได้บ้าง ? โดยฟีเจอร์ที่เป็นไฮไลต์สามารถแบ่งออกได้เป็นสองส่วน ส่วนแรกได้แก่ฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับการเขียน ในขณะที่ส่วนต่อมาจะเป็นฟีเจอร์การสร้างรูปภาพ
Writing Tools : คู่หูนักเขียนอัจฉริยะ
iOS เวอร์ชัน 18 ที่มาพร้อมกับ Apple Intelligence มีฟังก์ชันที่จะช่วยให้การเขียนทุกรูปแบบเป็นเรื่องง่าย และสะดวกมากกว่าที่เคย เพราะระบบสามารถช่วยเรื่องงานเขียนได้ ตั้งแต่การพิสูจน์อักษร ไปจนถึงการปรับโทนการเขียนให้ถูกต้อง และเหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถใช้งานร่วมกับแอป อื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย อาทิ อีเมล, โน้ต และ Pages เป็นต้น แต่นอกจากเรื่องการเขียนแล้ว Apple Intelligence ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่สามารถสรุปข้อความ รวมไปถึงฟีเจอร์ที่มีประโยชน์กับคนวัยเรียนและวัยทำงาน เช่น การถอดเสียง และสรุปเนื้อหาการประชุมและเลกเชอร์ โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องย้อนกลับมานั่งฟังเนื้อหาทั้งหมดด้วยตัวเอง
Image Playground : เนรมิตภาพตามจินตนาการ
ไม่เฉพาะแค่การเขียนเท่านั้น แต่ Apple Intelligence คือระบบ AI ที่สามารถสร้างภาพขึ้นมาทั้งเพื่อใช้ประกอบการสื่อสารและการเขียนได้อย่างตรงจุด ด้วยฟีเจอร์ Image Playgroud ที่สามารถรังสรรค์รูปภาพจากคำบรรยายได้ถึง 3 สไตล์ ประกอบไปด้วย Animation, Illustration และ Sketch แถมตัวระบบดังกล่าวยังมีลูกเล่นเสริมที่ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งภาพเองได้ตามใจชอบ รวมไปถึงฟีเจอร์สามารถใส่รูปภาพบุคคลหรือรูปภาพอื่น ๆ เพื่อให้ระบบเรียนรู้แล้วรังสรรค์ภาพขึ้นมาใหม่ได้

Siri และ Genmoji : ประสบการณ์การใช้งานที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น
ถ้าไม่ใช่เรื่องงานเขียนและงานภาพแล้ว Apple Intelligence ยังสามารถทำอะไรได้บ้าง ? หากใครที่ยังไม่จุใจกับฟีเจอร์ที่นำเสนอไปข้างต้น ลำดับถัดมา เราจะขอพูดถึงสิ่งที่เป็นจุดเด่นของ iOS แต่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ด้วยพลังของระบบปัญญาประดิษฐ์อย่าง Siri ฉบับ AI และ Genmoji
Siri ฉบับ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะรุ่นใหม่ ดีอย่างไร ?
Siri ฉบับ AI มาพร้อมกับระบบที่สามารถทำความเข้าใจภาษาได้อย่างถ่องแท้ สามารถตอบสนองต่อคำสั่งที่ซับซ้อนได้อย่างถูกต้อง แถมยังต่อบทสนทนาเองได้ด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติ เสริมประสิทธิภาพในการสื่อสารไปอีกขั้น ด้วยระบบที่สามารถจับใจความข้อความที่ตะกุกตะกัก และหน้าจอการใช้งานแบบใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อกับแอปอื่น ๆ บนหน้าจอได้อย่างรวดเร็ว
Genmoji : อีโมจิที่ส่วนตัวที่สุดในโลก
Genmoji คือ ระบบที่ผู้ใช้งานสามารถสร้างอีโมจิของตัวเองขึ้นมา เพียงแค่กรอกคำอธิบาย หรือใส่รูปภาพให้ระบบเนรมิตอีโมจิขึ้นมาใหม่
หากคุณต้องการประสบการณ์การใช้งานที่ทันสมัยและปลอดภัยด้วย Apple AI สามารถมาเลือกซื้อ iPhone, iPad และ Mac พร้อมใช้งานฟีเจอร์ AI หรือจะนำiPhone เก่าแลกใหม่เพื่อรับดีลส่วนลดสุดพิเศษได้ที่ iStudio by Copperwired ตัวแทนจำหน่าย Apple อย่างเป็นทางการ สั่งซื้อออนไลน์หรือที่หน้าร้านทุกสาขา พร้อมรับประกันสินค้าของแท้ 100%
ข้อมูลอ้างอิง
- สรุป "Apple Intelligence" คืออะไร ใช้ได้เมื่อไหร่ รุ่นไหนได้ไปต่อ?. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2568 จากhttps://www.thairath.co.th/lifestyle/tech/2792976









